*

วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ประวัติครูเพลง



ที่มาเพลงไทยสากล
เพลงไทยสากล ในสมัยของพรานบูรณ์ (2470-2472) มีลักษณะเป็น “เพลงไทยเดิมสากล” ได้รับแรงบันดาลใจจากเพลงไทยเดิม พรานบูรณ์ได้แต่งเพลงลักษณะนี้้อีกเเป็นจำนวนมาก และในปี พ.ศ. 2474 พรานบูรณ์และเพชรรัตน์แห่งละครคณะศรีโอภาสได้นำดนตรีสากลประเภทเพลงแจ๊ส (Jazz Band) หรือ รหัสดนตรี เป็นส่วนประกอบละครเรื่อง “โรสิตา” และนำทำนองเพลง “วอลซ์ปลื้มจิต” มาใส่เนื้อร้อง ได้รับความนิยมอย่างมาก มีการเผยแพร่บทเพลงออกอากาศทางสถานีวิทยุ 7 พี.เจ. ที่ศาลาแดง และมีการบันทึกแผ่นเสียง โดยห้างนายต.เง็กชวน และในปีเดียวกันพรานบูรณ์ร่วมงานกับคณะละครจันทโรภาสก็โด่งดังที่สุดขั้นด้วยละครร้องเรื่อง”จันทร์เจ้าขา” ซึ่งมีสถิติการนำออกแสดงถึง 49 ครั้ง ติดต่อกันแทบทุกโรงมหรสพที่มีในพระนครและธนบุรี โดยพรานบูรณ์แต่งเพลงไทยสากล มีลีลาทำนองอ่อนหวานอาทิ เพลงจันทร์เจ้าขา จันทร์สวาท จันทร์ลอย จันทร์จาฟ้าจันทร์แฝงหมอก ขวัญของเรียม
ในช่วงนั้นบทเพลงประกอบละครร้องเป็นที่นิยมแพร่หลายโดยทั่วไปตราบจนกระทั่งความนิยมละครร้องลดน้อยลงไป ในขณะที่ภาพยนตร์พูดเสียงในฟิล์ม เข้ามาได้รับความนิยมแทน ซึ่งทีบทขับร้องประกอบด้วย

วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2555

กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ผู้รังสรรค์ เพลงแขกมอญบางขุนพรหม

"ขับลำนำบรรเลงเป็นเพลงเถา
เพลงมอญเก่าไพเราะเพราะหนักหนา
ชื่อแขกมอญบางขุนพรหมนามสมยา
ฉันได้มาจากวังบางขุนพรหม"
(พระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าฯ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต )

       สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์  กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ประสูติในพระบรมมหาราชวัง ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระราชเทวี   ทรงสนพระทัยดนตรีไทยมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์มีพระฉายาลักษณ์ ทรงซออู้ร่วมบรรเลงดนตรีมาตั้งแต่ก่อนที่จะเสด็จไปศึกษาในทวีปยุโรป 
      
       ทรงสร้างพระตำหนักเรือนหอเป็นตำหนักไม้สัก ๓ ชั้น ขึ้นที่วังบางขุนพรหม เมื่อครั้งทรงเสกสมรสด้วย ม.จ.หญิงประสงค์สม ไชยันต์ ราวพ.ศ. ๒๔๔๖
       ในงานขึ้นพระตำหนักนั้นได้มีการฉลองและบรรเลงดนตรีเป็นงานใหญ่ เมื่อทรงสร้างวังบางขุนพรหมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทรงย้ายไปประทับที่ตำหนักใหญ่ในปี พ.ศ. ๒๔๔๙